Where the world comes to study the Bible

บทที่ 29: ซาอูลมรณภาพ (1 ซามูเอล 31)

คำนำ

ในหนังสือพระธรรม 1 และ 2 ซามูเอล ผู้เขียนมีวิธีเล่าเรื่องได้เหมือนกับที่ทางเครือข่าย โทรทัศน์ถ่ายทอดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก เนื่องด้วยมีการแข่งขันหลายรายการเกิดขึ้น พร้อมๆกัน ไม่มีทางที่เครือข่ายนี้จะถ่ายทอดสดได้อย่างครอบคลุมต่อเนื่อง แต่ด้วยการ สื่อสารที่ล้ำสมัยจนน่าพิศวงทำให้แก้ปัญหานี้ไปได้ : มีการถ่ายทอดสดหนึ่งรายการ ใน ขณะที่รายการอื่นถูกบันทึกเทปไว้ แล้วนำมาออกอากาศผสมผสานกันไปจนทำให้ผู้ชม ไม่รู้สึกพลาดสิ่งใด ถ้าไม่บอกว่าเป็นการอัดเทปไว้ล่วงหน้า เราคงนึกว่าเป็นการแข่งขัน ที่ติดต่อกันมา

ผู้เขียนพระธรรม 1 ซามูเอลทำในสิ่งเดียวกันนี้ ท่านถ่ายทอดชีวิตของสองบุคคล- ซาอูล และดาวิด - อย่างต่อเนื่อง ทั้งๆที่เหตุการณ์แทบทั้งหมดเกิดในสถานที่ๆต่างกัน ท่านไม่ ได้ให้ความสำคัญมากต่อการเรียงลำดับเวลาที่เกิดขึ้นจริง แต่จะเล่าเรื่องโดยเน้นให้เห็น ถึงความแตกต่างระหว่างซาอูลและดาวิด ดังนั้นก่อนที่บทสุดท้ายของพระธรรม 1 ซามู เอลจบลง มีการเล่าเลื่องของทั้งซาอูลและดาวิดสลับกันไปมา เมื่อทำเช่นนี้ลำดับเวลา ของเหตุการณ์จะหายไปเพราะผู้เขียนไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้

เราสามารถแยกแยะลำดับเหตุการณ์ได้บางเพียงส่วนในบทที่แล้ว ; แต่ในที่อื่นๆ ดูจะ เป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นแบบใดก็ตาม เราควรทำตามความตั้งใจของผู้เขียนที่พยายาม ชี้ให้เราเข้าใจประเด็น คือถ้าเราสามารถนำเหตุการณ์ในชีวิตของดาวิดมาเชื่อมเข้ากับ ซาอูลได้ นับว่าดี ดังนั้นไม่ควรไปหยุดติดกับเรื่องอื่นๆจนเกินไป

สิ่งที่เราต้องพยายามทำความเข้าใจในพระธรรมตอนนี้คือ เชื่อมโยงเรื่องราวความตาย ของซาอูลกับสิ่งที่เราสามารถนำมาใช้ในชีวิตของเราในปัจจุบัน เราแน่ใจได้ว่า มีการ เชื่อมโยงชัดเจนระหว่างการตายของซาอูล และชีวิตของทุกคนที่ได้อ่านเรื่องราวที่บัน ทึกไว้เมื่อหลายศตวรรษที่ผ่านมา นอกจากนั้น บทเรียนตอนนี้เป็นเรื่องราวของศีลธรรม จรรยาที่กำลังมาแรงอยู่ในทุกวันนี้ ตั้งใจฟังให้ดี เรากำลังพยายามมองหาความหมาย ที่พระธรรมตอนนี้ต้องการสอนพวกเราในยุคปัจจุบัน

ฉากหลัง
(31:1-3)

1 ฝ่ายคนฟีลิสเตียก็ต่อสู้กับคนอิสราเอล และคนอิสราเอล ก็หนีคนฟีลิสเตีย ล้มตายอยู่ที่บนภูเขากิลโบอา 2 และคน ฟีลิสเตียก็ไล่ทันซาอูลกับพวกราชโอรส และคนฟีลิสเตียก็ ฆ่าโยนาธาน อาบีนาดับ และมัลคีชูวาราชโอรสของซาอูลเสีย 3 การรบหนักก็ประชิดซาอูลเข้าไป นักธนูมาพบพระองค์เข้า พระองค์ก็บาดเจ็บสาหัสด้วยฝีมือของนักธนู

เมื่อดาวิดและคนของท่านแยกจากพวกฟิลิสเตียและอาคีชแล้ว พวกฟิลิสเตียมุ่งขึ้น เหนือไปยังยิสราเอล ส่วนดาวิดและคนของท่านลงใต้ไปยังศิกลาก ผมคิดว่าทั้งสอง ฝ่ายคงถึงจุดหมายในเวลาไล่เลี่ยกัน ซึ่งก็น่าจะแปลได้ว่าซาอูลและกองทัพอิสราเอล กำลังต่อสู้กับฟิลิสเตียในขณะที่ดาวิดออกติดตามพวกปล้นอามาเลข เรารู้เรื่องเวลานี้ โดยคร่าวๆ เพราะดาวิดรู้ข่าวการมรณภาพของซาอูลสามวันหลังจากรบชนะอามาเลข และกลับมาที่ศิกลาก (2 ซามูเอล 1:1-2) พระเจ้าได้เตรียมแยกดาวิดไปจากเรื่องยุ่งๆนี้ โดยการทำให้ท่านต้องลงไปทางใต้ ดังนั้นท่านจึงหมดโอกาสที่จะไปต่อสู้ให้ หรือต่อ สู้กับฝ่ายฟิลิสเตีย เป็นพระประสงค์ของพระเจ้าที่จะให้เกิดสงครามระหว่างอิสราเอล และฟิลิสเตียในครั้งนี้ ฟิลิสเตียจะได้ชัยชนะ และซาอูลและบุตรทั้งสิ้นของท่าน จะตาย ในสงคราม

ไม่มีการกล่าวถึงรายละเอียดของโศกนาฏกรรมในครั้งนี้มากนัก คนอิสราเอลหนีแตกกระ เจิงไปเมื่อถูกฟิลิสเตียบุก ทหารอิสราเอลหลายคนจบชีวิตลงบนภูเขากิลโบอาห์ ; คนที่ เคยเป็นเกราะป้องกันของซาอูลตายจนหมดสิ้น (จำ 26:5 ได้มั้ยครับ?) ทหารฟิลิสเตีย บุกเข้ามาใกล้ซาอูลและบุตรทุกที ซาอูลอาจถอยหนีขึ้นที่สูง ที่น่าจะปลอดภัยกว่า บน ภูเขากิลโบอาห์ท่านมองลงด้วยความหวาดหวั่นที่เห็นบุตรพยายามปกป้องให้บิดาอย่าง เต็มกำลัง ความพยายามของพวกเขาล้มเหลว บุตรทั้งสามของซาอูลตายหมด ในขณะ ที่นักธนูเห็นซาอูลและพยายามเล็งไปที่ท่าน ทุกรอยแผลของซาอูลยังไม่ถึงกับอันตราย นัก แต่ทำให้ท่านไม่สามารถสู้ต่อไปได้ หรือแม้กระทั่งปกป้องตนเอง เวลาได้มาถึงแล้ว ซาอูลทราบดี

คำขอสุดท้ายของซาอูล
(31:4-6)

4 แล้วซาอูลรับสั่งคนถืออาวุธของพระองค์ว่า "จงชักดาบออก แทงเราเสียให้ทะลุเถิด เกรงว่าคนที่มิได้เข้าสุหนัตเหล่านี้จะ เข้ามาแทงเราทะลุ เป็นการลบหลู่เรา" แต่ผู้ถืออาวุธไม่ยอม กระทำตาม เพราะเขากลัวมาก ซาอูลจึงทรงชักดาบของพระองค์ ออกทรงล้มทับดาบนั้น 5 และเมื่อผู้ถืออาวุธเห็นว่า ซาอูลสิ้นพระ ชนม์แล้ว เขาก็ล้มทับดาบของเขาเองตายด้วย 6 ดังนั้น ซาอูลก็ สิ้นพระชนม์ ราชโอรสทั้งสาม และผู้ถืออาวุธของพระองค์ก็สิ้น ชีวิต ตลอดจนคนของพระองค์ทั้งสิ้นก็ตายเสียในวันเดียวกัน

“คำขอ” ของซาอูลดูจะเป็นคำสั่ง ท่านสั่งให้คนถืออาวุธชักดาบออกมาแทงท่านให้ตาย นี่ไม่น่าเป็นคำขอที่แปลกจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็นในสมัยก่อนหรือสมัยนี้ ในพระธรรมผู้ วินิจฉัยบทที่ 9 อาบีเมเลขขอในสิ่งเดียวกัน อาบีเมเลขเป็นบุตรในจำนวนบุตรมากมาย ของกิเดโอน ถึงแม้จะมีแม่เป็นหญิงคนใช้ ท่านไปโน้มน้าวให้บรรดาญาติๆที่ในเชเคม ตั้งท่านขึ้นปกครอง ท่านฆ่าพี่น้องทั้ง 70 คนของท่าน “บนศิลาแผ่นเดียว” (ข้อ 1-5) ความสัมพันธ์ระหว่างพวกผู้นำของเชเคมและอาบีเมเลขเริ่มเสื่อมลง ซึ่งเป็นเหตุให้มี การกบฎเกิดขึ้น อาบีเมเลขเอาชนะชาวเชเคมได้และกำลังยกไปล้อมพวกผู้นำที่หอรบ ในขณะที่อาบีเมเลขกำลังจะจุดไฟเผาหอรบ หญิงคนหนึ่งทุ่มหินโม่ชิ้นบนลงมาใส่หัว อาบีเมเลขจนแตก อาการสาหัส อาบีเมเลขรู้ว่าตัวเองกำลังจะตาย เพื่อไม่ให้เป็นการ เสียศักดิ์ศรีที่ถูกผู้หญิงฆ่าตาย จึงสั่งให้คนถืออาวุธชักดาบออกมาฟันเสีย ชายคนนี้ทำ ตามที่อาบีเมเลขร้องขอ การตายของอาบีเมเลขนั้นเรียกได้ว่าตายอย่างไม่สมศักดิ์ศรี

ซาอูลตกอยู่ในสถานะเดียวกัน ท่านถูกลูกธนูเข้าหลายแห่ง และบาดเจ็บค่อนข้างมาก ซาอูลรู้ดีว่าความตายกำลังจะใกล้เข้ามา ท่านจึงสั่งให้คนถือเครื่องอาวุธฆ่าท่านให้ตาย ท่านให้เหตุผลสองข้อที่ท่านต้องการให้ทำ : (1) ท่านไม่ต้องการตายด้วยมือของพวก “คนที่ไม่ได้เข้าสุหนัต” ต่างศาสนาพวกนี้ ; และ (2) ท่านไม่ต้องการถูกศัตรูมาลบหลู่ (ข้อ 4) เหตุผลของท่านไม่เพียงพอจะทำให้คนถือเครื่องอาวุธยอมทำตาม ถึงแม้ว่าเรา หวังจะได้ยินคำตอบจากคนถือเครื่องอาวุธว่าที่ไม่ทำนั้นเป็นเพราะไม่บังอาจแตะต้อง ซาอูลผู้ที่ “พระเจ้าเจิมตั้งไว้” (เทียบกับ 2 ซามูเอล 1:14, 16) เราไม่ แน่ใจว่าที่เขา ไม่ทำเพราะสาเหตุนี้หรือเปล่า รู้แต่เพียงว่าที่ไม่กล้าทำนั้นเป็นเพราะกลัวมาก (ข้อ 4)

ซาอูลกำลังสิ้นหวัง ท่านไม่มีกำลังเหลือพอจะต่อสู้กับพวกฟิลิสเตีย และแทบไม่มีกำลัง จะฆ่าตัวตาย มีอยู่สิ่งเดียวที่ท่านทำได้ ; ท่านต้องล้มทับดาบของตนเอง และท่านทำ ตามนั้น เมื่อผมเทศนาพระธรรมตอนนี้ และเมื่อมาถึงตรงนี้ ทีประชุมคงคิดว่าผมเสีย สติไปแล้ว เพราะผมหัวเราะเสียงดัง ทุกคนมองผมอย่างงงงวย ต้องขออธิบายว่ามัน หยุดไม่ได้ เพราะมาถึงบัดนี้ ซาอูลก็ยังไม่สามารถทำในสิ่งที่ถูกต้องได้ ท่านทำพลาด! คุณพอนึกออกมั้ยครับ? ซาอูลไม่เพียงแต่ขว้างหอกไปที่ดาวิดพลาด (อย่างน้อยสอง ครั้ง) โยนาธานด้วย มาตอนนี้ถึงตาตัวเอง ยังพลาดได้

ที่ผมพูดเช่นนี้ไม่ใช่มาจากบทที่ 31 แต่มาจาก 2 ซามูเอล บทที่ 1 เรารู้จากคำของคน อามาเลขว่า ซาอูลฆ่าตัวตายไม่สำเร็จ ชายหนุ่มคนนี้มาพบซาอูล ยืนพิงหอกอยู่ (2 ซามูเอล 1:6) ซาอูลพยายามฆ่าตัวตายแต่ก็ยังไม่สามารถทำได้ ถ้าพระเจ้าไม่อนุญาติ ให้ซาอูลแตะต้องชีวิตของดาวิด ผู้ที่พระองค์เจิมไว้ พระองค์ก็ทรงไม่ยอมให้ซาอูลฆ่า ตัวตาย เพราะท่านเองก็เป็นผู้ที่พระเจ้าเจิมไว้ด้วย สิ่งที่คนถือเครื่องอาวุธของซาอูลไม่ ยอมทำ ท่านทำเอง ผู้ถือเครื่องอาวุธตาย ทิ้งให้ซาอูลมีชีวิตอยู่โดดเดี่ยว อย่างน้อยก็ใน ชั่วขณะหนึ่ง

ควันหลงของความพ่ายแพ้
(31:7-10)

7 เมื่อคนอิสราเอลซึ่งอยู่ฟากภูเขาข้างโน้น และผู้ที่อยู่ฟาก ตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดนเห็นคนอิสราเอลหนีไป และเห็น ว่าซาอูลกับราชโอรสของพระองค์สิ้นชีพแล้ว เขาก็ทิ้งบ้าน เมืองของเขาเสียหลบหนีไป คนฟีลิสเตียก็เข้ามาอาศัยอยู่ในนั้น 8 อยู่มาในวันรุ่งขึ้น เมื่อคนฟีลิสเตียมาปลดเสื้อผ้าจากคนที่ถูกฆ่า ก็พบพระศพซาอูล และราชโอรสทั้งสามอยู่บนภูเขากิลโบอา 9 เขาจึงตัดพระเศียรของซาอูล และถอดเครื่องอาวุธของพระองค์ ออก ส่งผู้สื่อสารออกไปทั่วแผ่นดินฟีลิสเตีย นำเอาข่าวดีไปยัง เรือนรูปเคารพ และยังประชาชนของเขา 10 เขาเอาเครื่องอาวุธ ของพระองค์บรรจุไว้ในวัดของพระอัชทาโรท และมัดพระศพ ของพระองค์ไว้กับกำแพงเมืองเบธชาน

ผู้เขียนพระธรรมตอนนี้ใช้เทคนิคที่เป็นที่นิยมสำหรับละครโทรทัศน์ในสมัยนี้ คุณคงจำ กันได้ เวลาดูทีวี พอพระเอกตกอยู่ในภาวะคับขันใกล้ตาย ...... ..ตัดโฆษณา! ทิ้งให้ผู้ ชมลุ้นว่าจะตายหรือไม่ แต่พอหลังโฆษณา พระเอกก็ไม่ได้ตายอย่างที่กลัวกัน ผู้เขียน พระธรรมตอนนี้ทำแบบเดียวกัน เรานึกว่าซาอูลฆ่าตัวตายสำเร็จ ตายตามด้วยคนถือ เครื่องอาวุธ แต่แล้วอยู่ดีๆในบทที่ 1 ของ 2 ซามูเอล เรากลับพบว่าซาอูลยังไม่ตาย

มีหนุ่มอามาเลขมาพบดาวิดพร้อมด้วยมงกุฎและกำไลของซาอูล พร้อมกับเล่าว่าซาอูล ตายลงอย่างไร เขามาที่ศิกลากเพื่อมาบอกดาวิดว่าอิสราเอลพ่ายแพ้ต่อฟิลิสเตีย ส่วน เขาหลบหนีออกมาจากค่ายของอิสราเอล และมาพบกษัตริย์ซาอูลยืนพิงดาบใกล้ตาย อยู่ ท่านยังพอมีลมหายใจจึงขอร้องให้เข้าไปใกล้และฆ่าท่านเสีย ชายคนนี้ยินยอมทำ ตาม เขามาหาดาวิดเพื่อหวังจะได้รางวัล เพราะดาวิดต้องดีใจแน่นอนที่ศัตรูตายลงเสีย ได้ นี่เป็นความผิดพลาดประการที่สองของชายคนนี้ และทั้งสองประการเป็นเหตุทำให้ เขาต้องตาย

การตายของซาอูลและบุตรทำให้ระลึกถึงการตายของเอลีและบุตรในบทที่ 4 ทั้งสอง เหตุการณ์เป็นฝีมือของพวกฟิลิสเตีย และทั้งสองเหตุการณ์บิดาและบุตรตายลงในวัน เดียวกัน การพ่ายแพ้ครั้งนี้ไม่เพียงแต่ผู้นำสิ้นชีพลงเท่านั้น คนอิสราเอลมากมายล้ม ตายไปด้วย ชัยชนะของฟิลิสเตียเป็นโศกนาฏกรรมส่วนตัว (สำหรับซาอูลและเอลี บุตร ของซาอูลและบุตรของเอลีด้วย) และเป็นโศกนาฎกรรมของประเทศ

เราเห็นชัดเจนว่าผู้เขียนต้องการพูดถึงเรื่องของซาอูลมากกว่าเรื่องของบุตรและประเทศ ชาติ ตัวอย่างเช่น ไม่มีการบันทึกว่าโยนาธานตายอย่างไร ถึงแม้เราอยากรู้และคาด หวังว่าท่านต้องตายอย่างวีรบุรุษ ท่านต่อสู้จนลมหายใจสุดท้าย ก่อนที่เราจะมาดูการ ตายของซาอูล ให้เรามาหยุดคิดดูว่าเมื่อซาอูลถูกฆ่า คนอิสราเอลจำนวนมากก็ถูกฆ่า ด้วย หลายคนหนีไปได้ตามที่บันทึกไว้ในข้อ 7 พวกที่อยู่ฟากภูเขาข้างโน้นข้ามฝั่งแม่ น้ำจอร์แดน (ไม่อยู่ในเป้าการโจมตีของฟิลิสเตีย) คงมองเห็นความพ่ายแพ้ของอิสรา เอลและเห็นการตายของซาอูลและบุตร บัดนี้ไม่มีความหวังว่าจะชนะพวกฟิลิสเตียไปได้ พวกเขาหนีเอาชีวิตรอด ทิ้งบ้านทิ้งเมืองไปทำให้คนฟิลิสเตียเข้ามาอยู่แทน ความพ่าย แพ้ครั้งนี้นอกจากจะทำให้กองทัพของอิสราเอลหดลงแล้ว ยังทำให้ประเทศอิสราเอล หดลงด้วย

เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องจดจำว่า ประเทศอิสราเอลรวมทั้งกษัตริย์ซาอูลกำลังถูกพระเจ้า ตีสอน เราคงจำกันได้ว่าซาอูลคือกษัตริย์ที่ชาวอิสราเอลเรียกร้องอยากมีในบทที่ 8 และ ความต้องการของพวกเขามีมากเสียจนลืมว่าพระเจ้าเป็นกษัตริย์ของพวกเขา (1 ซามู เอล 8:7-8) ไม่ใช่เป็นความบาปของซาอูลเพียงผู้เดียวที่ทำให้อิสราเอลต้องพ่ายแพ้ และประชากรล้มตายลงจำนวนมาก ; แต่เป็นความบาปของอิสราเอลทั้งประเทศด้วย ใน 1 ซามูเอล บทที่ 12 มีส่วนเชื่อมโยงชัดเจนระหว่างการประพฤติและบั้นปลายของประ เทศอิสราเอลและของผู้เป็นกษัตริย์ :

13 บัดนี้ จงดูพระราชาที่ท่านทั้งหลายได้เลือก ผู้ซึ่งท่านทั้งหลาย ได้ร้องขอ ดูเถิด พระเจ้าทรงตั้งพระราชาไว้เหนือท่านแล้ว 14 ถ้า ท่านทั้งหลายจะยำเกรงพระเจ้าและปรนนิบัติพระองค์ และฟังพระ สุรเสียงของพระองค์ และไม่กบฏต่อพระบัญชาของพระเจ้า และถ้า ท่านทั้งหลายและพระราชาผู้ปกครองเหนือท่าน จะเป็นผู้ติดตาม พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทั้งหลายก็ดีแล้ว 15 แต่ถ้าท่านทั้งหลาย ไม่ฟังพระสุรเสียงของพระเจ้าแต่กบฏต่อพระบัญชาของพระเจ้า แล้ว พระหัตถ์ของพระเจ้าจะต่อสู้ท่านทั้งหลาย และบรรพบุรุษของท่าน 16 เพราะฉะนั้นบัดนี้ท่านทั้งหลายจงยืนนิ่งอยู่ คอยดูเหตุการณ์ยิ่งใหญ่ ต่อไปนี้ ซึ่งพระเจ้าจะทรงกระทำต่อหน้าต่อตาของท่านทั้งหลาย 17 วันนี้เป็นฤดูเกี่ยวข้าวสาลีไม่ใช่หรือ ข้าพเจ้าจะร้องทูลต่อพระเจ้า ขอ พระองค์จัดส่งฟ้าร้องและฝน และท่านทั้งหลายจะทราบและเห็นเอง ว่า ความอธรรมของท่านนั้นใหญ่โตเพียงใด ซึ่งท่านได้กระทำในสาย พระเนตรพระเจ้า ในการที่ได้ขอให้มีพระราชาสำหรับตน" 18 ซามูเอล จึงร้องทูลต่อพระเจ้า และพระเจ้าทรงส่งฟ้าร้องและฝนมาในวันนั้น ประชาชนก็เกรงกลัวพระเจ้าและซามูเอลยิ่งนัก 19 และประชาชนทั้ง หลายเรียนซามูเอลว่า "ขอท่านอธิษฐานต่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าของ ท่านเผื่อผู้รับใช้ทั้งหลายของท่าน เพื่อเราทั้งหลายจะไม่ถึงตาย เพราะ เราได้เพิ่มความชั่วนี้เข้ากับบาปทั้งสิ้นของเรา คือขอให้มีพระราชา สำหรับเราทั้งหลาย" 20 และซามูเอลกล่าวแก่ประชาชนว่า อย่ากลัว เลย ท่านทั้งหลายได้กระทำความชั่วนี้ทั้งสิ้นจริงๆแล้ว แต่ท่านทั้ง หลายอย่าหันไปเสียจากการติดตามพระเจ้า แต่จงปรนนิบัติพระเจ้า ด้วยสิ้นสุดใจของท่าน 21 และอย่าหันเหไปติดตามสิ่งอนิจจังซึ่งไม่ เป็นประโยชน์ หรือไม่ช่วยให้พ้นเพราะเป็นสิ่งอนิจจัง 22 เพราะพระ เจ้าจะไม่ละทิ้งประชากรของพระองค์ ด้วยเห็นแก่พระนามใหญ่ยิ่งของ พระองค์ เพราะพระเจ้าทรงพอพระทัยแล้วที่จะกระทำให้ท่านเป็นประ ชากรของพระองค์ 23 ยิ่งกว่านั้นส่วนข้าพเจ้าขออย่าให้มีวี่แววที่ ข้าพเจ้าจะกระทำบาปต่อพระเจ้าด้วยการหยุด อธิษฐานเพื่อท่านทั้ง หลาย แต่ข้าพเจ้าจะแนะนำทางที่ดีและที่ถูกให้ท่าน 24 จงยำเกรง พระเจ้าเท่านั้น ปรนนิบัติพระองค์ด้วยใจซื่อสัตย์สุจริต และด้วยสิ้นสุด ใจของท่าน จงพิเคราะห์ถึงมหกิจซึ่งพระองค์ได้ทรงกระทำแก่ท่านแล้ นั้น 25 แต่ถ้าท่านทั้งหลายขืนกระทำความชั่วอยู่ ท่านจะต้องพินาศ ทั้งตัวท่านทั้งหลายเองและ พระราชาของท่านด้วย"
(
1 ซามูเอล 12:13-25)

ในข้อ 8-10 เราเห็นว่าซาอูลไม่ได้ตามที่ท่านต้องการ ท่านไม่ได้ตามที่ท่านขอจากคน ถือเครื่องอาวุธช่วยด้วยเหตุผลสองประการ :

(1) ท่านไม่ต้องการถูกฆ่าด้วยน้ำมือของพวกที่ไม่ได้เข้าสุหนัต

(2) ท่านไม่ต้องการให้ใครมาลบหลู่ท่าน (คงเหมือนกับที่พวกฟิลิสเตียทำกับแซมสัน – ผู้วินิจฉัย 16:23-25)

ซาอูลไม่ได้ตามที่ขอเลย แรกสุด ท่านถูกฆ่าโดยคนที่ไม่ได้เข้าสุหนัต ดาบของซาอูล ไม่ได้ฆ่าท่านหรือแม้แต่ดาบที่คนถือเครื่องอาวุธถืออยู่ ลูกธนูของฟิลิสเตีย (31:3) และ ดาบของคนอามาเลข (2 ซามูเอล 1:9-10) ต่างหากที่ฆ่าซาอูล ในที่สุดซาอูลก็ถูกฆ่า โดยคนไม่ได้เข้าสุหนัต นี่คือสิ่งที่พระเจ้าตรัสไว้ว่าจะเกิดขึ้น :

17 พระเจ้าได้ทรงกระทำแก่ท่านอย่างที่พระองค์ตรัสบอกทาง ข้าพเจ้าแล้วนั้น เพราะพระเจ้าทรงฉีกราชอาณาจักรนั้นออกเสีย จากมือของท่านและทรงมอบให้แก่คนอื่น คือดาวิด 18 เพราะท่าน มิได้เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระเจ้า มิได้กระทำตามพระพิโรธของ พระองค์ที่ทรงมีต่ออามาเลข ฉะนั้นพระเจ้าจึงทรงกระทำสิ่งนี้แก่ ท่านในวันนี้ 19 ยิ่งกว่านั้นอีกพระเจ้าจะทรงมอบอิสราเอล พร้อม กับตัวท่านไว้ในมือของคนฟีลิสเตีย พรุ่งนี้ตัวท่านพร้อมกับบุตร ชายทั้งหลายของท่านจะอยู่กับเรา และพระเจ้าจะทรงมอบกอง ทัพอิสราเอลไว้ในมือของคนฟีลิสเตียด้วย"
(1 ซามูเอล 28:17-19)

การที่ซาอูลถูกฆ่าโดยพวกฟิลิสเตียและคนอามาเลขไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ (28:18-19) เสียงเรียกร้องของความยุติธรรม ซาอูลเก็บเกี่ยวในสิ่งที่ท่านหว่านไว้ ท่านถูกคนที่ไม่ ได้เข้าสุหนัตฆ่าตาย เพราะพระเจ้าตรัสตรัสว่าท่านต้องตายแบบนี้ ไม่ว่าซาอูลพยายาม เปลี่ยนแปลงชะตาอย่างไร ท่านไม่อาจบิดพระประสงค์และพระคำของพระเจ้าไปได้ การ ตายของท่านเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งครั้งสุดท้าย เป็นการกบฎครั้งสุดท้ายต่อพระเจ้า ใช่หรือ ไม่ ?

เช่นเดียวกับคำขอแรก ซาอูลขอไม่ให้ถูกฝ่ายศัตรูลบหลู่ก็ไม่เป็นผล ตอนแรกท่านถูก พวกฟิลิสเตียยิงด้วยธนูหลายแห่ง ทำให้ท่านบาดเจ็บสาหัส การรอคอยความตายที่เข้า มาอย่างช้าๆด้วยความเจ็บปวดเป็นภาพที่ไม่น่าดูนัก ท่านไม่ได้ไปอย่างดีๆ เพราะหลัง จากที่ท่านตายแล้ว เสื้อเกราะท่านถูกฉีดขาดและศีรษะถูกตัดออกไป พวกฟิลิสเตียคง ทำการนี้ด้วยความสนุกสนาน พวกเขาเอาเสื้อเกราะและศีรษะของท่านเดินแห่ไปรอบ เมือง นำเข้าไปในวัดของพวกเขา การกระทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเย้ยหยันซาอูล เท่านั้น แต่เย้ยหยันพระเจ้าของท่านด้วย ความอับอายประการสุดท้ายของซาอูลคือร่าง ของท่านและบุตรทั้งสิ้นถูกนำไปมัดไว้กับกำแพงเมืองเบธชาน ถึงแม้ตายไปแล้วท่านก็ ยังไม่พ้นไปจากความอับอายสุดๆขนาดนี้

เห็นแสงเรืองรอง – จากชายกล้า
(31:11-13)

11 แต่เมื่อชาวยาเบชกิเลอาดได้ยินว่าคนฟีลิสเตีย กระทำ อย่างนั้นกับซาอูล 12 ชายที่กล้าหาญทุกคนก็ลุกขึ้นเดินคืน ยังรุ่ง ไปปลดพระศพของซาอูล และศพราชโอรสทั้งสาม ลงเสียจากกำแพงเมืองเบธชาน และมาที่เมืองยาเบช ถวายพระเพลิงเสียที่นั่น 13 เขาก็เก็บอัฐิไปฝังไว้ที่ใต้ต้นสน หมอกในยาเบช และอดอาหารเจ็ดวัน

เป็นภาพที่ไม่น่าดู และเป็นเรื่องที่ไม่ได้จบแบบ "แฮปปี้ เอ็นดิ้ง" แต่เป็นเรื่องวาระสุด ท้ายของซาอูล ด้วยกลัวว่าผู้อ่านจะเศร้าโศกเกินไปจากการตายที่ไร้เกียรติเช่นนี้ของ ซาอูล และการที่ประเทศอิสราเอลต้องย่อยยับลงไป ผู้เขียนจึงมีเรื่องหนุนใจบางประ การจากบรรดาคนกล้าในยาเบชกิเลอาด และสิ่งที่เขาทำเมื่อรู้ว่าซาอูลและบุตรถูกฆ่า ตาย ศพถูกมัดประจานอยู่ที่กำแพงเมืองเบธชาน พวกเขารู้ว่าควรทำประการใด พวกเขา เดินทั้งคืนไปยังเบธชาน และกลับไปยาเบชกิเลอาดซึ่งระยะทางน่าจะประมาณ 40 กม. ไปกลับ พวกเขาปลดศพของซาอูลและบุตรลงมา นำกลับไปด้วยจนถึงยาเบชกิเลอาด เผาศพเสียและนำกระดูกไปฝังไว้ใต้ต้นสนหมอกในยาเบช170

สิ่งใดทำให้ชายกล้าของเมืองนี้ลงมือทำในสิ่งที่ไม่มีใครคิดทำ? ชาวเมืองนี้ยังจำเรื่อง ดีๆที่ซาอูลเคยทำให้ในอดีต เหตุการณ์ใน 1 ซามูเอล 11 พูดถึงนาหาชผู้นำอัมโมน ยกทัพมาล้อมเมืองยาเบชกิเลอาดและสั่งให้ยอมแพ้ ไม่เพียงแต่ "ยอมแพ้โดยไม่มี เงื่อนใข" ยังสั่งอีกด้วยว่า ให้ควักตาขวาของชาวอิสราเอลทุกคนในเมืองนี้ทิ้ง พวกผู้ ใหญ่ของเมืองยาเบชขอเวลาปรึกษากัน และขอความช่วยเหลือไปยังพี่น้องร่วมชาติ เมื่อเรื่องนี้รู้ไปถึงหูของซาอูล ถึงแม้ท่านได้รับการเลือกให้เป็นกษัตริย์ของอิสราเอล แล้ว แต่ยังอาศัยอยู่ที่บ้านยังไม่ได้ขึ้นครอง ด้วยพระวิญญาณท่านรู้สึกโกรธมาก ฟันวัว ออกเป็นท่อนๆแล้วส่งไปยังทุกเผ่าของอิสราเอล เตือนว่าถ้าคนเผ่าใดไม่ไปช่วยปกป้อง ยาเบชกิเลอาด จะพบว่าวัวของพวกเขาจะประสบในแบบเดียวกัน ผลคือมีคนอิสราเอล ไปช่วยถึง 330,000 คน จึงรักษายาเมืองเบชกิเลอาดเอาไว้ได้

คนของยาเบชยังไม่ลืมบุญคุณนี้ ในยามเดือดร้อนซาอูลมาช่วยชีวิตไว้ และบัดนี้เมื่อ ซาอูลเดือดร้อน พวกเขาต้องช่วยเหลือ ร่างของซาอูลและบุตรถูกแขวนไว้ที่กำแพง เมืองเบธชานเพื่อประจาน ชายชาวยาเบชเดินทั้งคืน เพื่อไปนำร่างของซาอูลและบุตร กลับมาฝังไว้ที่ยาเบช -- เป็นการกระทำที่แสดงถึงความเคารพและซาบซึ้งของชาว ยาเบชต่อการที่ซาอูลได้สู้รบกับคนอัมโมนอย่างกล้าหาญ ในช่วงเวลาทีดีของท่าน (ตามที่มีบันทึกไว้ใน 1 ซามูเอล) สิ่งนี้ี่นับเป็นการกระทำที่น่ายกย่องของคนยาเบช

บทสรุป

ให้เรามาดูบทเรียนเด่นๆสองสามประการที่พระธรรมตอนนี้สอนเรา และสอนชาวอิสรา เอลในยุคโบราณด้วย

ประการแรก ที่สมควรเรียนจากการตายของซาอูล ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่สุดของ พระธรรมตอนนี้ ซาอูลมรณภาพ ตามที่พระเจ้าได้ตรัสไว้ ตรงตามเวลาของคำพยา กรณ์ ท่านตายในแบบที่พระเจ้าตรัสไว้ทุกประการ ตายด้วยน้ำมือของคนฟิลิสเตียและ อามาเลข ท่านตายแบบเดียวกันกับการดำเนินชีวิตทั้งหมดของท่าน แม้กระทั่งเมื่อชีวิต ใกล้จบสิ้นลง ท่านไม่ได้ตายอย่างชายชาติทหาร ท่านไม่ต้องการทนความเจ็บปวด ท่าน จึงต้องร้องขอให้คนอื่นฆ่า และตัวท่านเองได้พยายามฆ่าตัวเองตายเช่นกัน

พระคำของพระเจ้านั้นวางใจได้อย่างเต็มเปี่ยม พระเจ้าจะทำตามที่พระองค์สัญญาไว้ พระองค์จะจัดการกับความบาปและการกบฎในการพิพากษา พระองค์จะประทานพระพร ให้กับผู้ที่วางใจและเชื่อฟังพระองค์ ซาอูลถูกตัดออกจากบัลลังก์และจากการมีชีวิต ดาวิดได้รับการปกป้องจากแผนการร้ายของซาอูล และจะขึ้นเป็นกษัตริย์ของยูดาห์ใน ไม่ช้า (และต่อมากษัตริย์ของอิสราเอล) ก่อนที่มนุษย์คู่แรกกระทำบาป พระเจ้าตรัส ว่าผลของความบาปคือความตาย (ปฐมกาล 2:16-17) จากนั้นมาพระเจ้าเปิดเผยต่อ มนุษย์อย่างชัดเจนถึงผลร้ายของบาป พระคำของพระองค์ไม่เพียงแต่พูดเรื่องความ บาปอย่างชัดเจนเท่านั้น ยังบอกถึงผลลัพท์ของมันด้วย - นั่นคือความตาย (โรม 3:23; 6:23) พระเจ้าให้เวลาซาอูลกลับใจ แต่ท่านไม่ทำ ความตายจึงเกิดขึ้นตามที่พระองค์ ตรัสไว้ทุกประการ ถ้าคุณยังไม่เคยวางใจในองค์พระเยซูคริสต์เพื่อความรอด พระเจ้า กำลังให้โอกาสคุณกลับใจ คุณอาจเป็นเหมือนซาอูล กลับใช้เวลาและโอกาสในการ กลับใจนี้เพิ่มพูนความบาป แต่แน่ใจเถิดครับ ผลของมันจะย้อนมาหาคุณ ค่าจ้างของ ความบาปคือความตาย ถ้าคุณกลับใจด้วยการยอมรับว่าเป็นคนบาป และหันมาวางใจใน องค์พระเยซูคริสต์เพื่อรับความรอด คุณจะมีชีวิตนิรันดร์ แน่ใจในพระสัญญาว่า - ทั้งการ พิพากษาและความรอด – จะเกิดขึ้น เรื่องของซาอูลเตือนเราให้คิดถึงความจริงข้อนี้

ประการทีสอง เราเห็นภาพของพระธรรมตอนนี้ลึกซึ้งขึ้น เมื่อได้อ่านพระธรรม 1 พงศาวดาร 10 ที่บันทึกไว้ :

13 ซาอูลจึงสิ้นพระชนม์ด้วยความไม่ซื่อสัตย์ของพระองค์ พระองค์มิได้ซื่อสัตย์ต่อพระเจ้า ในเรื่องที่พระองค์มิได้รัก ษาพระบัญชาของพระเจ้า และได้ทรงแสวงการนำโดยทรง ปรึกษาคนทรง 14 และมิได้ทรงแสวงการนำจากพระเจ้า พระเจ้าจึงทรงสังหารพระองค์เสีย และทรงยกราชอาณา จักรให้แก่ดาวิดบุตรเจสซี
(1 พงศาวดาร 10:13-14)

12 ข้อแรกของพระธรรม 1 พงศาวดาร 10 เป็นคำพูดเดียวกับ 1 ซามูเอล 31 ยกเว้นข้อ 13 และ 14 (ด้านบน) สองข้อนี้ช่วยให้เข้าใจพระธรรม 1 ซามูเอลมากยิ่งขึ้น เมื่อเราพิ จารณาดู จะเห็นว่ามนุษย์ไม่ได้เป็นผู้ฆ่าซาอูล (ไม่ว่าจะเป็นพวกฟิลิสเตียหรืออามาเลข) แต่เป็นพระเจ้า และพูดอย่างชัดเจนด้วยว่าพระเจ้าสังหารซาอูลเพราะความบาปของ ท่าน และความดื้อดึงที่ไม่หยุดยั้ง ในที่สุดเราเห็นว่าพระเจ้าสังหารซาอูลไม่เพียงเพื่อ เป็นไปตามคำเตือนของพระองค์เท่านั้น แต่เพื่อเป็นไปตามพระสัญญาที่มีต่อดาวิดด้วย

เหตุใดผู้เขียนพระธรรม 1 ซามูเอลจึงไม่รวมคำพูดนี้เข้าไป ? ผมเชื่อว่าท่านคิดว่าเราน่า จะคิดเองได้ โดยดูจากเรื่องราวที่ผ่านมาก่อนนี้ แต่ถ้าใครยังมองไม่ออก ขอแนะนำให้ ไปอ่านจากเรื่องราวที่มีบันทึกไว้ในพระคัมภีร์ฉบับอื่นประกอบ เพื่อจะเข้าใจได้อย่าง ชัดเจน

พระธรรมตอนนี้แสดงใ้ห้เห็นถึงปัญหาที่เรากำลังให้ความสนใจเป็นอย่างมากในทุกวันนี้ ผมขอพูดถึงสักหนึ่งเรื่อง เรื่องเด่นของ : ดร. แจ็ค คีวอร์เคียน เรื่องการช่วย ฆ่าตัวตาย ในศาลและขบวนการยุติธรรมของสหรัฐอเมริกา คานาดา และที่อื่นๆในโลก ทุกคนกำลังถกเถียงกันถึงปัญหาในเรื่องนี้

ก่อนที่จะพูดเจาะลึกลงไปในเรื่องนี้ ให้เรามาทำความเข้าใจเรื่องการช่วยฆ่าตัวตายกัน ก่อน ผมพบคำจำกัดความของเรื่องนี้ในอินเทอร์เน็ทขณะกำลังตรวจสอบข้อมูลบาง อย่าง การช่วยฆ่าตัวตาย คือการจงใจฆ่าตัวตายโดยได้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นแนะวิธีให้ จัดหาอุปกรณ์ หรือทั้งสองอย่าง

การช่วยฆ่าตัวตายเป็นคนละแบบกับการุณยฆาต (euthanasia) การุณยฆาตเป็นการ ปลิดชีวิตผู้อื่นโดยที่คนผู้นั้นไม่ได้ร้องขอหรือยินยอม การช่วยฆ่าตัวตายผู้ตายเป็นฝ่าย ขอร้องให้ช่วย การช่วยฆ่าตัวตายคือการไม่ปล่อยให้ตายด้วยวิถีทางธรรมชาติ การช่วย ฆ่าตัวตายคือการทำให้ผู้อื่นตายโดยให้ความช่วยเหลือบางประการ

ซาอูลร้องขอให้ช่วยฆ่าท่านให้ตาย ในเนื้อหาแสดงให้เห็นชัดเจนว่าท่านกระทำผิด ที่ ผิดเพราะท่านพยายามหลบหนีความเจ็บปวดทรมาณ หลีกหนีการพิพากษาของพระเจ้า ที่ผิดเพราะท่านพยายามเปลี่ยนแปลงบทลงโทษของพระเจ้า ท่านต้องการตายด้วยวิธี อื่นที่ไม่ใช่ตามแบบที่พระเจ้ากำหนดไว้ ที่ผิดเพราะท่านต้องการฆ่าผู้ที่พระองค์เจิมไว้ ซึ่งเป็นความผิดสำหรับใครก็ตาม (ไม่ว่าดาวิดหรือคนอามาเลข) ที่ยื่นมือมาแตะต้อง กษัตริย์ ถึงแม้จะเป็นตัวกษัตริย์เองก็ตาม ดังนั้นไม่ว่าผู้ถือเครื่องอาวุธหรือคนอามาเลข ใครที่ลงมือทำก็ผิดด้วยกันทั้งนั้น ชาวอามาเลขผู้นี้จ่ายค่าจ้างของความบาปนี้ด้วยชีวิต พระธรรมตอนนี้ต่อต้านการช่วยฆ่าตัวตาย ทั้งในผู้วินิจฉัยบทที่ 9 และเหตุการณ์ในตอน นี้ เป็นการจัดการกับการทนทุกข์ทรมาณอย่างไม่ถูกต้อง ถึงแม้ในทั้งสองกรณีจะจบลงที่ ความตายแน่ๆก็ตาม

เป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องเห็นถึงความหลอกลวงในคำร้องขอของซาอูลทั้งสองครั้ง ครั้ง แรกท่านร้องขอต่อคนถือเรื่องอาวุธ และในที่สุดต่อคนอามาเลข ให้เรานำคำร้องขอทั้ง สองนี้มาวางข้างกันเพื่อเปรียบเทียบดู :

4 แล้วซาอูลรับสั่งคนถืออาวุธของพระองค์ว่า "จงชักดาบออกแทงเราเสียให้ทะลุเถิด เกรง ว่าคนที่มิได้เข้าสุหนัตเหล่านี้จะเข้ามาแทงเราทะลุ เป็นการลบหลู่เรา" แต่ผู้ถืออาวุธไม่ ยอมกระทำตาม เพราะเขากลัวมาก ซาอูล จึงทรงชักดาบของพระองค์ออกทรงล้มทับ ดาบนั้น

(1 ซามูเอล 31:4)

9 พระองค์ตรัสสั่งข้าพเจ้าว่า 'จงมายืนข้าง เราและฆ่าเราเสีย เราระเหี่ยใจมาก แต่ชีวิต ของเรายังอยู่ (2 ซามูเอล 1:9)

คำร้องขอครั้งที่สองของซาอูลแสดงให้เห็นถึงคำหลอกลวงในครั้งแรก ครั้งแรกท่าน พูดกับคนถือเครื่องอาวุธซึ่งเป็นคนอิสราเอลว่า ท่่านไม่ต้องการถูก "คนที่ไม่ได้เข้า สุหนัต" ฆ่า แต่แล้วท่านกลับไปขอร้องให้คนอามาเลข (ที่ไม่ได้เข้าสุหนัต) ฆ่าแทน เหตุผลที่ซาอูลต้องการให้ช่วยฆ่าตัวตายอยู่ในคำขอร้องครั้งที่สอง ท่านไม่ต้องการทน กับความเจ็บปวด ต้องการตายไปเสียจากการทนทุกข์ทรมาณนี้ พูดให้ชัดๆคือท่านต้อง การหลีกหนีความเจ็บปวดมากกว่าจะเชื่อฟังพระเจ้า (อย่ายื่นมือแตะต้องผู้ที่พระเจ้าเจิม) เช่นเดียวกับที่ซาอูลต้องการฆ่าดาวิดเพราะความ "เจ็บ"ใจ ตอนนี้ท่านต้องการฆ่าตัว เองเพราะความ "เจ็บ"ปวด

คริสเตียนฆ่าตัวตายเป็นความผิด ไม่ว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากใครก็ตาม คริสเตียน ช่วยฆ่าตัวตายก็เป็นความผิด เมื่อมนุษย์ชายหญิงมาถึงจุดที่ไม่ต้องการมีชีวิตอยู่ต่อไป เราต้องพยายามทุกวิธี ที่จะนำเขามาพบองค์พระเยซูคริสต์ เพื่อรับชีวิตนิรันดร์ เมื่อคริส เตียนมาใกล้ความตายหรือเจ็บปวดจนเกินทน เราควรมุ่งความนึกคิดของเราไปยังที่พำ นักนิรันดร์ของเรากับองค์พระผู้เป็นเจ้า เราไม่ต้องพึ่งพิงยาหรือวิทยาการสมัยใหม่ใด เพื่อมาต่อชีวิตหรือยืดความเจ็บปวดทนทุกข์ออกไป แต่เราไม่ควรแสวงหาวิธีจบชีวิตที่ พระเจ้าเป็นผู้ประทานและพระองค์จะเป็นผู้นำกลับคืนไปด้วยพระองค์เอง (โยบ 1:21) เราจะเห็นว่าในพระคัมภีร์ไม่สนับสนุนคนที่อยากตาย แต่กลับประนามว่าเป็นผู้ล้มเหลว ในความเชื่อ

ผมว่าหลายคนที่อ่านบทเรียนตอนนี้คงเคยคิด (หรือกำลังคิดอยู่) ที่จะตัดช่องน้อยแต่ พอตัว บทเรียนนี้มีไว้สำหรับคุณโดยเฉพาะ แต่ผมขอบอกว่ามีอีกหลายคนทำความผิด ในแบบเดียวกัน แต่มองไม่ออกว่าเป็นบาปของการฆ่าตัวตาย บาปของซาอูลอยู่ในใจ ท่านพยายามหลบหนีจากสถานการณ์นี้ ความเจ็บปวดที่ท่านเป็นผู้ก่อขึ้นเองและเป็นการ ตีสอนลงวินัยจากพระเจ้า ซาอูลต้องการ "หนีจากความเจ็บปวด" ด้วยวิธีที่เป็นบาป พวก เราหลายคนก็เช่นกัน บางคนพยายามหนีความเจ็บปวดฝ่ายวิญญาณ อ.เปาโลเชื่อและ ทำการรักษาผู้อื่นโดยอัศจรรย์ ท่านร้องขอให้พระเจ้าเอาหนามใหญ่ออกไปจากท่าน แต่ ท่านถูกปฏิเสธ (2 โครินธ์ 12:7-10) พระเจ้ามีพระประสงค์ที่สูงส่งยิ่งกว่าความเจ็บปวด ของ อ.เปาโล นั่นคือเพื่อท่านจะถ่อมลงและเพื่อฤทธิ์อำนาจและพระคุณของพระองค์จะ ปรากฎชัดผ่านท่าน เหตุใดธรรมิกชนบางคนไม่ยอมรับว่าพระเจ้าไมไ่ด้รังเกียจความเจ็บ ปวดไปเสียทั้งหมด พระองค์ไม่ได้กำจัดความเจ็บปวดออกไป แต่มีพระประสงค์จะใช้ เพื่อตัวเราเองและเพื่อพระสิริของพระองค์ ? เหตุใดเรายังอยากทำบาปฝ่ายวิญญาณ ด้วยการขัดขืนความเจ็บปวดที่พระเจ้ามอบให้เพื่อเป็นการสำแดงความเชื่อ ? ขอให้เรา อย่าหลีกหนีไปจากความเจ็บปวดที่พระเจ้าปรารถนาจะให้เราเผชิญ

ยังมีวิธี "ตัดช่องน้อยแต่พอตัว" แบบอื่นอีกในสมัยนี้ ถึงแม้ในท่ามกลางคริสเตียนเองก็ ตาม บางคนหลีกหนีความเจ็บปวดทางใจด้วยการหย่าร้างหรือแยกกันอยู่ บางคู่ยังอยู่ ด้วยกันแต่มีกำแพงหนาทึบกั้นขวางไว้ (หรือกั้นไปจากครอบครัว) เพื่อ "หลีกหนีความ เจ็บปวดในใจ" ผมคิดว่านี่เป็นอีกรูปแบบของการฆ่าตัวตาย การลักลอบมีเพศสัมพันธ์ เสพย์ยา ดื่มเหล้า หรืออบายมุขแบบอื่นๆ ในความจริงแล้วก็คือหลีกหนีความเจ็บปวด ในแบบที่ห้ามไว้ในพระคัมภีร์ ไม่ว่าเป็นความสนุกชั่วขณะหรือเพื่อประสบการณ์ตื่นเต้น แปลกใหม่ในเรื่องเพศ หรือสิ่งเสพย์ติดใดก็ตาม ล้วนแล้วแต่เป็นการหลีกหนีความเจ็บ ปวดชั่วคราวทั้งสิ้น แต่ในพระคัมภีร์บอกเราว่าแท้จริงแล้วนี่คือการฆ่าตัวตายแบบผ่อน ส่งนั่นเอง (ดูสุภาษิต 7)

ผมไม่ชอบคำว่า "ผู้ทำให้เกิดขึ้นได้" เพราะอธิบายเรื่องความบาปตามค่านิยมมากกว่า ตามพระคัมภีร์ ผมสงสัยว่าคนประเภทนี้คือคนในแบบที่ซาอูลต้องการให้ผู้ถือเครื่อง อาวุธเป็น หรือแบบที่คนอามาเลขคนนั้นเป็น – คือคนที่ช่วยฆ่าตัวตาย การที่เห็นพี่น้อง ทำบาป และไม่ทำสิ่งใดให้เขาหลุดพ้นจากบาปนั้น คือการช่วยเขาให้ตายแบบผ่อนส่ง นั่นเอง ให้เรามาพิจารณาตัวเองอย่างจริงจังว่าเรากำลังเอื้อให้ผู้อื่นทำบาปและตาย อย่างผ่อนส่งอยู่หรือเปล่า? หรือว่าเรากำลังหนุนใจให้เขาเดินอยู่ในทางขององค์พระ เยซูคริสต์?

ประการสุดท้าย ซาอูลสำแดงตนอย่างชัดเจนว่าแตกต่างจากพระเยซูคริสต์ และพระราชิกิจของพระองค์อย่างสิ้นเชิง บาปของซาอูลและความปรารถนาจะฆ่า ตัวตายนั้นเป็นความเห็นแก่ตัวและสนองตัณหาตัวเอง บาปของท่านไม่เพียงทำให้ท่าน ต้องตายลง แต่ทำให้บรรดาบุตรและคนอิสราเอลอีกมากมายต้องตายและทนทุกข์ ทรมาณ การปกครองของซาอูลไม่ได้เป็นพระพร แต่กลับเป็นคำสาปแช่งของอิสราเอล ช่างแตกต่างจากการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ ถ้าพูดตามแบบมนุษย์ พระองค์ไม่ ประสงค์จะตาย พระองค์ไม่ได้ฆ่าตัวตาย พระองค์อธิษฐานอยู่ในสวนเกทเสมนี ขอให้ "ถ้วย" แห่งความตายนี้เลื่อนไปจากพระองค์ (มัทธิว 26:39) พระองค์ สิ้นพระชนม์ ตามพระประสงค์ของพระบิดา ไม่ได้ฝ่าฝืนประการใด (มัทธิว 26:39; ยอห์น 6:38; ฟิลิปปี 2:3-8) พระองค์ไม่ได้ยอมตายเพื่อหนีจากความเจ็บปวด พระองค์ยอมตายเพื่อ ทนทุกข์ แบกรับการลงทัณฑ์แทนเรา (อิสยาห์ 53; 2 โครินธ์ 5:21; ฮีบรู 2:17-18) นี่คือเหตุผลที่พระองค์ไม่ยอมดื่มเหล้าองุ่นผสมของขมเพื่อให้มึนชา (มัทธิว 27: 33-34) พระองค์ไม่ยอมรับ "การให้ยา" เพื่อลดความเจ็บปวด พระองค์ต้องทนทุกข์แทน พวกเรา การสิ้นพระชนม์ไม่ใช่เป็นเรื่องโศกนาฏกรรมของพระองค์ ที่เราต้องพยายาม ลืม (เหมือนการฆ่าตัวตาย) แต่เป็น การเสียสละที่ยิ่งใหญ่เพื่อเรา ที่เราเฉลิมฉลองทุก อาทิตย์ในพิธีมหาสนิท การสิ้นพระชนม์ไม่ใช่ทำเพื่อตัวพระองค์เอง แต่เป็นการเสียสละ เป็นการสิ้นพระชนม์อย่างทนทุกข์ทรมาณเพื่อความบาปและความรอดของเรา ที่เรา ต้องทำคือยอมรับวิธีการที่พระเจ้าเตรียมไว้เพื่อการอภัยบาป และเพื่อรับชีวิตนิรันดร์

บางครั้งพระเจ้านำคนบาปให้มาถึงจุดวิกฤติ ถึงจุดที่คิดว่าฆ่าตัวตายน่าจะเป็นทางออก ที่ดีที่สุด ผู้คนเห็นความบาปที่ตนเองกระทำและรู้สึกสิ้นหวัง ผูกติดใต้อำนาจของมัน ความรู้สึกผิดและกลัวผลที่จะตามมา พวกเขาอาจคิดถึงความตาย (โดยการฆ่าตัวตาย) ว่าเป็นทางออกเดียว มันไม่ใช่ทางออก เพราะความตายจะยุติโอกาสในการกลับใจและ รับความรอด :

27 มีข้อกำหนดสำหรับมนุษย์ไว้แล้วว่าจะตายครั้งเดียว และหลังจากนั้นก็จะมีการพิพากษาฉันใด
(ฮีบรู 9:27)

ทางออกสำหรับปัญหาไม่ใช่การตายในบาป ; แต่เป็นการตายจากบาป ทางเดียวที่จะ ทำได้คือเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์ -- โดยยอมรับในความบาปและสำนึกผิด วางใจใน พระองค์ผู้ทรงตายแทนที่เรา ผู้ทรงทนทุกข์รับความเจ็บปวดนิรันดร์แทนเรา ต้องอยู่ใน พระคริสต์เท่านั้นที่จะตายจากบาปและเข้าสู่ชีวิตนิรันดร์ได้ ถ้าคุณยังไม่ได้ทำสิ่งนี้ ผม ขอให้คุณทำเสียเดี๋ยวนี้ เพราะพระสัญญาเรื่องความรอดของพระิจ้านั้นแน่นอน เช่นเดียว กับพระสัญญาเรื่องการพิพากษาและความพินาศด้วย ให้เราเรียนรู้ได้จากการตายของ ซาอูล


170 ผมรู้ว่าฟังดูออกจะเป็นการไม่สงสารและตัดสินพิพากษาจนเกินไป แต่มีเรื่องราวของความ ยุติธรรมแฝงอยู่ตรงนี้ กระดูกของซาอูลถูกนำไปฝังไว้ใต้ "ต้นสนหมอก" (ข้อ 13) ดูเหมือน ซาอูลจะใช้เวลาค่อนข้างมากอยู่ใต้ต้นไม้ แทนที่จะไปอยู่ในสนามรบต่อสู้กับศัตรู (ดู 14:2; 22:6)

Related Topics: Introductions, Arguments, Outlines